พำนักระยะยาวสูงสุด 20 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย
วีซ่าระยะยาวประเทศไทย
วีซ่าผู้พำนักระยะยาว (LTR) เป็นวีซ่าไทย 10 ปีสำหรับชาวต่างชาติที่มีฐานะหรือทักษะสูง รวมถึงผู้มีฐานะระดับโลก ผู้เกษียณที่มีฐานะ มืออาชีพที่ทำงานจากไทย และผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง พร้อมสิทธิประโยชน์ เช่น การรายงานตัวที่ง่ายขึ้นและสิทธิทำงานสำหรับบางกลุ่ม True Bizz ประเมินคุณสมบัติและช่วยดำเนินการขอในกรุงเทพ
วีซ่าระยะยาวประเทศไทย (LTR) คืออะไร?
โครงการวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (LTR) เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงใน 4 ประเภท ที่ต้องการวีซ่าระยะยาว 10 ปี แบบต่ออายุได้ สำหรับการพำนักและ/หรือทำงานในประเทศไทย พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์หลากหลาย
ประเภทของวีซ่า LTR
วีซ่า LTR เป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มี 'ศักยภาพสูง' ให้เข้ามาในประเทศไทย ด้วยการเสนอวีซ่าที่มีอายุ 10 ปี และสิทธิประโยชน์ทั้งด้านภาษีและที่ไม่ใช่ภาษีแก่ผู้ถือวีซ่า
วีซ่า LTR เปิดรับสมัครสำหรับ 4 กลุ่มดังต่อไปนี้:
- ผู้มีความมั่งคั่งระดับโลก
- ผู้เกษียณอายุที่มีความมั่งคั่ง
- ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในประเทศไทย
- แรงงานทักษะสูง

เกณฑ์คุณสมบัติ
ระยะเวลาพำนัก
วีซ่า LTR จะมีอายุการใช้งาน 10 ปี
การเดินทางออกนอกและกลับเข้าประเทศไทย
ผู้ถือวีซ่า LTR สามารถขอใบอนุญาตเดินทางกลับเข้าประเทศแบบหลายครั้งได้
ข้อกำหนดทางการเงิน
วีซ่า LTR เปิดรับสมัครสำหรับ 4 กลุ่มที่แตกต่างกัน และแต่ละกลุ่มมีข้อกำหนดทางการเงินที่แตกต่างกันออกไป
สามารถทำงานได้หรือไม่?
ได้ ผู้ถือวีซ่า LTR สามารถขอใบอนุญาตทำงานได้
การรายงานตัว 90 วัน
ผู้ถือวีซ่า LTR ไม่จำเป็นต้องรายงานตัวทุก 90 วัน อย่างไรก็ตาม จะต้องรายงานตัวปีละครั้ง
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
ผู้ถือวีซ่า LTR มีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ การใช้บริการ Fast Track ที่สนามบินที่ร่วมโครงการ และการยกเว้นข้อกำหนดการจ้างงานคนไทย 4 คนต่อพนักงานต่างชาติ 1 คน
- 1
ขั้นตอนก่อนการสมัคร: ประสานงานกับลูกค้าเพื่อกำหนดขอบเขตของบริการที่จะให้ รวมถึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเภทวีซ่า LTR ที่ต้องการสมัคร และพิจารณาว่าจำเป็นต้องขอใบอนุญาตทำงานด้วยหรือไม่
- 2
รวบรวม จัดเตรียม และยื่นเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับกระบวนการสมัคร ซึ่งครอบคลุมด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
- 3
ตอบข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับบริการวีซ่า LTR
ขั้นตอนการขอวีซ่าระยะยาวของประเทศไทยเป็นอย่างไร?
การยื่นใบสมัคร
ผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยจัดเตรียม ลงทะเบียน และยื่นเอกสารที่จำเป็นต่อ BOI เพื่อเริ่มกระบวนการ 'รับรองคุณสมบัติ'
7-14 วันทำการการรับรองคุณสมบัติ
ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าของเราจะประสานงานกับ BOI เพื่อให้การอนุมัติคุณสมบัติเป็นไปอย่างราบรื่นและทันเวลา เมื่อเอกสารได้รับการอนุมัติ ผู้สมัครจะได้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ
20 วันทำการการรับวีซ่า
ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าของเราจะช่วยผู้สมัครในการขอประทับตราวีซ่า LTR ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทย ซึ่งกระบวนการนี้จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ สำหรับผู้สมัครที่อยู่นอกประเทศไทย สามารถขอประทับตราวีซ่า LTR ได้ผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
สูงสุด 14 วันทำการการขอใบอนุญาตทำงานดิจิทัล
ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าของเราจะช่วยเหลือผู้สมัครในการยื่นขอใบอนุญาตทำงานดิจิทัล ณ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบเบ็ดเสร็จ
1 วันทำการRelated Services
คำถามที่พบบ่อย
ใครมีคุณสมบัติขอวีซ่า LTR
สี่กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้มีฐานะระดับโลก ผู้เกษียณที่มีฐานะ มืออาชีพที่ทำงานจากไทย และผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง แต่ละกลุ่มมีเกณฑ์รายได้ การลงทุน หรือคุณวุฒิของตนเอง
วีซ่า LTR มีอายุนานเท่าใด
ให้สิทธิสูงสุด 10 ปี (ออกเป็นช่วง) และรวมสิทธิประโยชน์ เช่น การรายงานตัวที่ถี่น้อยลง และสำหรับบางกลุ่มมีใบอนุญาตทำงานดิจิทัล
ตรวจสอบคุณสมบัติให้ได้หรือไม่
ได้ เราตรวจสอบรายได้ ทรัพย์สิน การจ้างงาน และคุณวุฒิของคุณกับเกณฑ์ LTR และดำเนินการขอให้หากเข้าเกณฑ์
บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือที่ชัดเจนและทันสมัยสำหรับการขอวีซ่า Non-B และใบอนุญาตทำงานเพื่อทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยในปี 2026 **ภาพรวม** หากคุณต้องการทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย โดยทั่วไปคุณจะต้องมีสองสิ่งที่ควบคู่กัน ได้แก่ วีซ่า Non-B ที่ถูกต้อง และใบอนุญาตทำงาน ทั้งสองอย่างนี้เชื่อมโยงกัน กล่าวคือ คุณต้องมีวีซ่าเพื่อขอใบอนุญาตทำงาน และคุณต้องมีข้อเสนองานหรือนายจ้างเพื่อขอวีซ่า --- **ขั้นตอนที่ 1: ได้รับข้อเสนองานจากนายจ้างในประเทศไทย** ก่อนอื่นเลย คุณต้องมีนายจ้างในประเทศไทยที่พร้อมจะสนับสนุนคุณ นายจ้างของคุณจะต้องเป็นผู้ดำเนินการส่วนใหญ่ของกระบวนการนี้ในนามของคุณ นายจ้างของคุณจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ - จดทะเบียนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย - มีพนักงานชาวไทยอย่างน้อย 4 คนต่อพนักงานต่างชาติ 1 คน (อัตราส่วน 4:1) สำหรับกรณีทั่วไป แม้ว่าบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม BOI อาจได้รับการยกเว้นในเรื่องนี้ - มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 ล้านบาทต่อพนักงานต่างชาติ 1 คน (มีข้อยกเว้นบางประการ) - เสียภาษีและยื่น VAT อย่างถูกต้องตามกฎหมาย --- **ขั้นตอนที่ 2: ขอวีซ่า Non-B** **ยื่นคำขอที่ไหน** โดยทั่วไปคุณควรยื่นคำขอวีซ่า Non-B ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศบ้านเกิดหรือประเทศที่คุณพำนักอยู่ก่อนเดินทางมาไทย ซึ่งถือเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและมีความยุ่งยากน้อยที่สุด บางคนยื่นคำขอที่สถานทูตในประเทศที่สาม เช่น กัวลาลัมเปอร์หรือสิงคโปร์ ซึ่งมักทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของสถานทูตนั้นๆ **เอกสารที่ต้องเตรียม** เอกสารส่วนตัว - หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 18 เดือน - แบบฟอร์มใบสมัครวีซ่าที่กรอกครบถ้วน - รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ต - หลักฐานแสดงฐานะทางการเงิน (โดยทั่วไปคือรายการเดินบัญชีธนาคาร) เอกสารจากนายจ้าง - จดหมายเสนองานหรือสัญญาจ้างงาน - หนังสือรับรองบริษัทที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งต้องออกไม่เกิน 6 เดือน - รายการผู้ถือหุ้น (บอจ.5 หรือเอกสารเทียบเท่า) - หลักฐานการชำระ VAT ล่าสุด (ภ.พ.30) - หลักฐานการนำส่งภาษีเงินเดือน (ภ.ง.ด.1) - รายชื่อพนักงานที่แสดงให้เห็นว่าอัตราส่วน 4:1 เป็นไปตามข้อกำหนด - บัตรประจำตัวประชาชนของพนักงานไทยทุกคน (สำเนา) **ระยะเวลาดำเนินการและค่าธรรมเนียม** ระยะเวลาดำเนินการโดยทั่วไปอยู่ที่ 3-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับสถานทูต ค่าธรรมเนียมวีซ่าอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐ แต่อาจแตกต่างกันไปตามสถานที่ **ประเภทของ Non-B ที่คุณจะได้รับ** Non-B มาตรฐานจะให้การพำนักครั้งแรก 90 วัน จากนั้นคุณจะต้องต่ออายุจากภายในประเทศไทยเมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว --- **ขั้นตอนที่ 3: เดินทางเข้าประเทศไทยและเริ่มกระบวนการขอใบอนุญาตทำงาน** เมื่อคุณเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่า Non-B แล้ว นายจ้างของคุณจะต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานให้แก่คุณ โดยยื่นที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน **เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับใบอนุญาตทำงาน** เอกสารส่วนตัว - หนังสือเดินทางพร้อมตราประทับวีซ่า Non-B - รูปถ่ายขนาด 3x4 ซม. จำนวน 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) - สำเนาวุฒิการศึกษาสูงสุด (รับรองความถูกต้อง) - ประวัติการทำงาน - ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลในประเทศไทย (ออกไม่เกิน 1 เดือน) - แบบฟอร์มใบสมัครที่กรอกครบถ้วน (บต.33) เอกสารจากนายจ้าง (ชุดเดียวกับที่ใช้ขอวีซ่า บวกกับ) - แผนผังองค์กรที่แสดงตำแหน่งของคุณ - รายละเอียดงานเป็นภาษาไทย - แผนที่ที่ตั้งของบริษัท **ค่าธรรมเนียม** ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ขอ - 3 เดือน: 750 บาท - 6 เดือน: 1,500 บาท - 1 ปี: 3,000 บาท **ระยะเวลาดำเนินการ** โดยปกติอยู่ที่ 7-10 วันทำการ แต่อาจนานกว่านี้ในบางกรณี --- **ขั้นตอนที่ 4: ต่ออายุ Non-B ให้เป็นการพำนักระยะยาว** เมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว คุณสามารถยื่นขอต่ออายุวีซ่า Non-B ได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทย (ไม่ต้องออกนอกประเทศ) โดยปกติแล้วจะได้รับการต่ออายุ 1 ปี และสามารถต่ออายุได้ต่อเนื่องตราบเท่าที่คุณยังทำงานอยู่กับนายจ้างเดิม **เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการต่ออายุ Non-B** - หนังสือเดินทาง - ใบอนุญาตทำงานปัจจุบัน - หนังสือรับรองจากนายจ้าง - สลิปเงินเดือนล่าสุด - หลักฐานการเสียภาษี (ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.90) - หลักฐานการชำระ VAT ของบริษัทล่าสุด - ค่าธรรมเนียม 1,900 บาท --- **ขั้นตอนที่ 5: การรายงานตัว 90 วัน** สิ่งที่หลายคนมักลืม คือ เมื่อคุณพำนักอยู่ในประเทศไทยด้วยวีซ่าระยะยาว คุณต้องรายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุกๆ 90 วัน ซึ่งสามารถทำได้ - ด้วยตนเองที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง - ทางไปรษณีย์ - ผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (แม้ว่าระบบอาจมีความไม่เสถียรในบางครั้ง) --- **กรณีพิเศษที่ควรทราบ** **บริษัทที่ได้รับการส่งเสริม BOI** หากนายจ้างของคุณได้รับการส่งเสริมจาก BOI กระบวนการจะง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย BOI มีศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (OSOS) แบบครบวงจร ซึ่งช่วยให้ - ยื่นเอกสารได้ที่จุดเดียว - ข้อกำหนดอัตราส่วนพนักงาน 4:1 ได้รับการผ่อนผัน - กระบวนการโดยรวมรวดเร็วและตรงไปตรงมามากขึ้น **IBC และธุรกิจบางประเภท** บริษัท IBC (International Business Center) และธุรกิจบางประเภทอาจมีเส้นทางและเงื่อนไขเฉพาะที่แตกต่างออกไป ควรตรวจสอบโดยตรงกับกรมสรรพากรหรือ BOI **งานที่ต้องห้ามสำหรับชาวต่างชาติ** มีอาชีพบางประเภทที่ชาวต่างชาติไม่สามารถทำได้ตามกฎหมายไทย เช่น งานด้านกฎหมาย งานบัญชี งานช่างไม้และก่ออิฐ ตัวแทนนำเที่ยว และอื่นๆ อีกหลายอาชีพ ควรตรวจสอบรายการอาชีพสงวนล่าสุดก่อนสมัคร --- **ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและควรหลีกเลี่ยง** - **ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต**: แม้แต่การทำงานออนไลน์หรืองาน freelance สำหรับบริษัทต่างประเทศในขณะที่อยู่ในไทยก็อาจถือเป็นการทำงานผิดกฎหมาย บทลงโทษรุนแรง รวมถึงการจำคุกและการเนรเทศออกนอกประเทศ - **ลืมรายงานตัว 90 วัน**: มีค่าปรับและอาจเกิดปัญหาในการต่ออายุวีซ่า - **เปลี่ยนงานโดยไม่อัปเดตใบอนุญาตทำงาน**: ใบอนุญาตทำงานผูกติดกับนายจ้างและสถานที่ทำงานโดยเฉพาะ หากเปลี่ยนงานต้องดำเนินการขอใบอนุญาตใหม่ - **ปล่อยให้วีซ่าหมดอายุ**: คุณต้องอยู่ในสถานะที่ถูกต้องตลอดเวลา อย่ารอจนถึงนาทีสุดท้าย --- **ระยะเวลาโดยรวมที่คาดหมาย** ตั้งแต่ต้นจนจบ กระบวนการทั้งหมดโดยทั่วไปใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของนายจ้างในการเตรียมเอกสาร สถานทูตที่ยื่น และปริมาณงานของกรมการจัดหางาน --- **คำแนะนำสุดท้าย** กฎระเบียบในไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการบังคับใช้กฎหมายอาจแตกต่างกันไปตามสำนักงาน ดังนั้นจึงแนะนำให้ปรึกษาทนายความหรือผู้ให้บริการด้านวีซ่าที่มีประสบการณ์ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะหากสถานการณ์ของคุณมีความซับซ้อน นายจ้างที่ดีในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์ในการดำเนินกระบวนการนี้และจะช่วยเหลือคุณตลอดทุกขั้นตอน

# การรายงานตัว 90 วันในประเทศไทย อธิบายอย่างง่าย ## ใครต้องทำการรายงานตัว 90 วัน? ชาวต่างชาติ **ทุกคน** ที่พำนักอยู่ในประเทศไทยด้วยวีซ่าระยะยาว จะต้องรายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งรวมถึงผู้ที่ถือ - วีซ่าทำงาน (Non-B) - วีซ่าเกษียณอายุ - วีซ่านักเรียน - วีซ่าติดตามครอบครัว - วีซ่าประเภทอื่น ๆ ที่มีระยะเวลาพำนักยาวนาน --- ## ต้องรายงานตัวเมื่อใด? ทุก ๆ **90 วัน** นับจากวันที่เดินทางเข้าประเทศครั้งล่าสุด หรือนับจากวันที่รายงานตัวครั้งล่าสุด **ช่วงเวลาที่สามารถยื่นได้** - ยื่นล่วงหน้าได้ **ไม่เกิน 15 วัน** ก่อนครบกำหนด - ยื่นช้าได้ **ไม่เกิน 7 วัน** หลังครบกำหนด --- ## รายงานตัวได้อย่างไร? มี 3 ช่องทาง ได้แก่ 1. **ไปด้วยตนเอง** ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 2. **ทางไปรษณีย์** โดยส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน 3. **ทางออนไลน์** ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ระบบอาจไม่เสถียรในบางครั้ง) --- ## จะเกิดอะไรขึ้นถ้าลืมหรือรายงานตัวช้า? หากรายงานตัวช้าเกิน 7 วันหลังครบกำหนด จะมีค่าปรับ **2,000 บาท** ซึ่งต้องชำระเมื่อไปรายงานตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง > **สิ่งสำคัญที่ควรทราบ** — การไม่รายงานตัวอาจส่งผลต่อการต่อวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงานของคุณในอนาคต ดังนั้นควรตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินไว้เสมอ --- ## ข้อควรจำง่าย ๆ | รายละเอียด | ข้อมูล | |---|---| | ความถี่ | ทุก 90 วัน | | ยื่นล่วงหน้าได้ | 15 วัน | | ยื่นช้าได้ | 7 วัน | | ค่าปรับหากเกินกำหนด | 2,000 บาท |

# วีซ่า LTR ของไทย: คุณสมบัติ หมวดหมู่ และสิทธิประโยชน์ในปี 2026 ## วีซ่า LTR คืออะไร วีซ่า LTR (Long-Term Resident Visa) หรือวีซ่าผู้พำนักระยะยาว เป็นวีซ่าอายุ 10 ปีที่รัฐบาลไทยเปิดตัวในปี 2022 ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่ประเทศไทย --- ## 4 หมวดหมู่หลักของวีซ่า LTR ### 1. ผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizen) **คุณสมบัติ:** - มีทรัพย์สินสุทธิอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ - มีรายได้ส่วนตัวอย่างน้อย 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา) - ต้องลงทุนในไทยอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในสินทรัพย์ที่กำหนด เช่น พันธบัตรรัฐบาล อสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุน - มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ --- ### 2. ผู้เกษียณอายุที่มั่งคั่ง (Wealthy Pensioner) **คุณสมบัติ:** - อายุ 50 ปีขึ้นไป - มีรายได้จากบำนาญหรือรายได้แบบ passive income อย่างน้อย 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี - หากรายได้อยู่ระหว่าง 40,000–80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ต้องลงทุนในไทยอย่างน้อย 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ - มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ --- ### 3. ผู้ทำงานจากระยะไกล (Work-from-Thailand Professional) **คุณสมบัติ:** - มีรายได้อย่างน้อย 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา) - ทำงานให้กับบริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี และมีรายได้รวมอย่างน้อย 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี - หากรายได้อยู่ระหว่าง 40,000–80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ต้องมีประสบการณ์ทำงาน 5 ปีในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือถือครองทรัพย์สินทางปัญญา หรือเงินทุน Series A ขึ้นไป - มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ --- ### 4. ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูง (Highly Skilled Professional) **คุณสมบัติ:** - มีรายได้อย่างน้อย 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา) - ทำงานหรือมีข้อเสนองานในองค์กรภาครัฐหรือเอกชนในไทย ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เทคโนโลยี การแพทย์ พลังงาน หรืออุตสาหกรรมที่ BOI กำหนด - หากรายได้อยู่ระหว่าง 40,000–80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ต้องมีประสบการณ์ทำงาน 5 ปีในสาขาที่เกี่ยวข้อง - มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ --- ## สิทธิประโยชน์หลักของวีซ่า LTR ### ด้านการพำนัก | สิทธิประโยชน์ | รายละเอียด | |---|---| | อายุวีซ่า | 10 ปี (ต่ออายุได้อีก 10 ปี) | | รายงานตัว | ทุก 1 ปี แทนที่จะเป็นทุก 90 วัน | | บัตรพรีเมียม | ได้รับบัตร LTR Premium Card ซึ่งช่วยเร่งการให้บริการต่าง ๆ | | ผู้ติดตาม | พาคู่สมรสและบุตรได้สูงสุด 4 คน | ### ด้านภาษี (สำหรับบางหมวดหมู่) - **ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูงและ Work-from-Thailand:** ได้รับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) พิเศษเพียง 17% สำหรับรายได้จากการทำงานในไทย - **ยกเว้นภาษีรายได้จากต่างประเทศ:** รายได้ที่เกิดขึ้นนอกประเทศไทยได้รับการยกเว้น CIT และ PIT ในบางกรณี - **การผ่อนผันกฎ CRS:** ไม่บังคับใช้การแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีบางประเภทในเงื่อนไขที่กำหนด ### ด้านการทำงาน - ผู้ถือวีซ่า LTR หมวด Highly Skilled และ Work-from-Thailand สามารถขอ **ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)** ได้โดยไม่ต้องมีสัดส่วนพนักงานไทย 4:1 ตามกฎทั่วไป - ไม่ต้องผ่านการทดสอบตลาดแรงงาน --- ## เปรียบเทียบ LTR กับวีซ่าพำนักระยะยาวประเภทอื่น | เกณฑ์ | LTR | วีซ่าเกษียณ (Non-OA) | วีซ่า Non-B | Thailand Elite | |---|---|---|---|---| | อายุวีซ่า | 10 ปี | 1 ปี (ต่ออายุได้) | 1 ปี (ต่ออายุได้) | 5–20 ปี | | รายงานตัว | ทุก 1 ปี | ทุก 90 วัน | ทุก 90 วัน | ทุก 90 วัน | | อายุขั้นต่ำ | ไม่กำหนด (ยกเว้น Pensioner ต้องอายุ 50+) | 50 ปีขึ้นไป | ไม่กำหนด | ไม่กำหนด | | ข้อกำหนดด้านการเงิน | สูง (40,000–80,000 USD/ปีขึ้นไป) | เงินฝากธนาคาร 800,000 บาท | ต้องมีนายจ้าง | ค่าธรรมเนียม 500,000–2,000,000 บาท | | สิทธิ์ทำงานในไทย | ได้ (บางหมวด) | ไม่ได้ | ได้ | ไม่ได้ | | สิทธิประโยชน์ภาษี | มี (PIT 17%, ยกเว้นรายได้ต่างประเทศ) | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี | | พาผู้ติดตาม | ได้ (สูงสุด 4 คน) | ยาก | จำกัด | ได้ (บางแพ็กเกจ) | | ค่าธรรมเนียม | 50,000 บาท | ต่ำกว่า | ต่ำกว่า | สูงมาก | | เหมาะสำหรับ | ผู้มีรายได้สูง นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ | ผู้เกษียณงบจำกัด | ผู้ทำงานกับบริษัทไทย | ผู้ต้องการความสะดวกไม่เน้นภาษี | --- ## ข้อดีและข้อเสียของ LTR ### ข้อดี - ✅ วีซ่าอายุยาวที่สุดในประเภทที่ไม่ใช่ PR - ✅ สิทธิประโยชน์ภาษีที่ดีที่สุดในบรรดาวีซ่าระยะยาวทั้งหมด - ✅ ลดภาระด้านการรายงานตัวอย่างมีนัยสำคัญ - ✅ เหมาะกับ Digital Nomad และผู้ทำงานระยะไกลระดับสูง - ✅ กระบวนการสมัครผ่าน BOI มีความโปร่งใสและรวดเร็ว ### ข้อเสีย - ❌ เกณฑ์รายได้และทรัพย์สินสูงมาก ไม่เหมาะกับคนทั่วไป - ❌ ต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมสูง - ❌ ค่าธรรมเนียม 50,000 บาทต่อผู้สมัคร - ❌ การตีความกฎภาษียังมีความไม่แน่นอนในบางกรณี --- ## สรุป วีซ่า LTR เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่มีรายได้สูงซึ่งต้องการพำนักในไทยระยะยาวโดยเสียภาษีน้อยที่สุดและมีความยืดหยุ่นสูงสุด อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เกษียณที่มีงบประมาณจำกัดหรือผู้ทำงานกับบริษัทไทย วีซ่า Non-OA หรือ Non-B อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในแง่ของค่าใช้จ่ายและความต้องการเฉพาะบุคคล
มีคำถามก่อนเริ่มต้นหรือไม่?
พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเราโดยนัดหมาย FREE CALL เกี่ยวกับวีซ่าพำนักระยะยาวในประเทศไทย